วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2555

"น้ำผึ้งช่วยอะไรบ้าง" อยากผิวสวยไร้สิวต้องฟัง!!!


"น้ำผึ้งช่วยอะไรบ้าง" สาวๆ หลายๆ คนคงสงสัยกับเรื่องนี้กันมิใช่น้อย  ของนำคำถาม "น้ำผึ้งช่วยอะไรบ้าง" ที่สาวๆ หลายคนสงสัยมาบอกกันด้วยค่ะ แล้วยิ่งสาวๆ ที่อยากผิวสวยไร้สิวยิ่งต้องการตัวช่วยอย่างน้ำผึ้งเป็นอย่างมากจริงๆ ค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมล่ะค่ะว่า น้ำผึ้งช่วยอะไรบ้าง นั้นมาหาคคำตอบ กันเลยดีไหมค่ะ นอกจากน้ำผึ้งจะอุดมไปด้วยประโยชน์นาๆ ต่อสุขภาพร่างกายแล้ว น้ำผึ้งยังช่วยให้ผิวสวยได้มากโข นิยมกันมาตั้งแต่สมัยโบร่ำโบราณ หากสาวๆ ขาดน้ำผึ้งไปอาจจะอดเสียได้มาได้นะจ๊ะ เพราะว่า อยากผิวสวยไร้สิวยิ่งควรมีไว้ครอบครองค่ะ นอกจากคำถามที่ว่า "น้ำผึ้งช่วยอะไรบ้าง"  นำคำตอบมาให้แล้ว ยังแอบนำเคล็ดลับวิธีทำให้ผิวสวยไร้สิวมาฝากกันด้วยค่ะ


น้ำผึ้งช่วยอะไรบ้าง


"น้ำผึ้งช่วยอะไรบ้าง" มีคำตอบ!

น้ำผึ้ง นอกจากจะช่วยให้ทั้งความชุ่มชื้นและล้างสิ่งสกปรกบนใบหน้าแล้วยังจะช่วยทำความสะอาดรูขุมขนบนใบหน้าของคุณสาวๆ และยังช่วยกำจัดรอยสิวเสี้ยวได้อีกด้วย น้ำผึ้งช่วยให้คุณสาวๆ มีใบหน้าที่สะอาดและอ่อนนุ่มเท่านี้ใบหน้าสวยใสก็จะอยู่กับเราไปอีกนานแล้วล่ะค่ะ

เคล็ดลับ วิธีทำให้ผิวสวยไร้สิว

วิธีง่ายคือๆ นำน้ำผึ้งมาทาให้ทั่วหน้าหลังจากเราล้างหน้าสะอาดหมดจดแล้ว ถ้าจะให้ได้ผลดีต้องอบไอน้ำใบหน้าก่อนทาน้ำผึ้งเพื่อเป็นการขยายรูขุมขนก่อนแล้วจึงทาน้ำผึ้งทิ้งไว้ประมาณ 3 นาที แล้วจึงค่อยๆ ใช้นิ้วนวดบนใบหน้าให้ทั่ว เว้นบริเวณรอบดวงตาเอาไว้ สุดท้ายล้างด้วยน้ำอุ่นและนำผ้าขนหนูเปียกๆ เช็ดใบหน้าให้สะอาดอีกที

ประโยชน์ของถั่วลิสง? ใครชอบทานมาดูกัน




เมื่อพูดถึงถั่วลิสงคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักใช่ไหมค่ะ แล้วคุณรู้ไหมว่าประโยชน์ของถั่วลิสงนั้นมีมากมายแถม ประโยชน์ของถั่วลิสง ก็ยังมีสรรพคุณทางยาที่ช่วยในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วยนะ ว่าแล้วเราคงต้องหันมารับประทานถั่วลิสงกันเยอะ ๆ ซะแล้วแหละ อิอิอิ เพราะ ประโยชน์ของถั่วลิสง มีมากมายจริง ๆ เลย แถมกินเพลินสนุกปากกันไปเลย ว่าแล้วอย่ารอช้าเรามาดู ประโยชน์ของถั่วลิสง และสรรพคุณกันเลยค่ะ



สรรพคุณ / ประโยชน์ของถั่วลิสง


- ก้านและใบ ใช้สดและแห้งถ้าสดใช้ประมาณ 40 กรัม ถ้าใช้แห้งประมาณ 30 กรัม นำมาต้มกินน้ำหรือใช้ภายนอกตำพอกรักษาแผลหกล้มกระทบกระแทกหรือแผลที่มีหนองเรื้อรังใช้กินเป็นยาลดความดันโลหิตสูง นอกจากนี้แล้วในก้านและใบยังมีสาร 1-pentene-3-ol, l-hexanol, linalool, -terpinol และ geraniol

- เมล็ด ใช้แห้งประมาณ 60-100 กรัม นำมาบดชงหรือต้มกินจะมีรสชุ่มหล่อลื่นปอดรักษาอาการไอแห้ง ๆ บำรุงกำลัง บำรุงน้ำนมในสตรีหลังคลอดที่มีน้ำนมน้อย สมานกระเพาะอาหารและในเมล็ดนั้นจะมีน้ำมันประมาณ 40-50% สารประกอบพวกที่มีไนโตนเจน เซลลูโลส แห้ง เถ้า และพวกวิตามินต่าง ๆ สารไนโตรเจนนอกจากจะเป็นโปรตีนแล้วยังมีพวกกรดอมิโน อัลคาลอยด์ และวิตามินได้แก่วิตามินบีหนึ่ง

- น้ำมันจากเมล็ด
 ใช้ประมาณ 30-60 มล. นำมาผสมกินจะมีรสชุ่ม เป็นยาระบาย หล่อลื่นลำไส้ ถ้าใช้ภายนอกให้ใช้ทาถูนวด นอกจากนี้แล้วน้ำมันในเมล็ดยังประกอบด้วยกรดไขมันและกลีเซอไรด์

- อื่น ๆ
 ถั่วลิสงเป็นพรรณไม้ที่ให้น้ำมันมากและเมล็ดยังใช้ทำเป็นขนมและผสมในลูกกวาด ช็อกโกแลต ใส่แกงต้มจืด นอกจากนี้ยังทำเป็นเนยเทียมก็ได้ ส่วนกากของเมล็ดนั้นบีบน้ำมันให้เป็นกรดอมิโนอาจินีน (arginine) และกรดกลูตามิค (glutamic acid) แล้วยังใช้เป็นอาหารสัตว์ทำปุ๋ยหรือเป็นยาฆ่าแมลง และน้ำมันจากเมล็ดนี้ยังใช้ถูทารักษาอาการปวดตามข้อและปวดตามกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ยังใช้เป็นตัวทำละลายของยาฉีดที่ฉีดเข้ากล้ามเนื้อบางชนิดหรือใช้ทำยาเตรียมพวก Iiniments ทำปลาสเตอร์ ทำสบู่ใช้เช่นเดียวกับน้ำมันโอลีฟและยังใช้เป็นพวกน้ำมันหล่อลื่นในเครื่องจักรเมล็ดถั่วลิสงและน้ำมันใช้เป็นอาหาร
 
ประโยชน์ของถั่วลิสง

ตำรับยา

1. สำหรับสตรีหลังคลอดบุตรใหม่ มีน้ำนมน้อย ใช้เมล็ดประมาณ 100 กรัม และขาหมูขาหน้าเอามาต้มกิน

2. อาการไอแห้ง ๆ เรื้อรัง และเด็กที่ชอบไอกรน ให้ใช้เมล็ดถั่วต้มใส่น้ำตาลกรวดหรือเกลือกิน

3. ขาเป็นเหน็บชาบ่อย ๆ ให้ใช้เมล็ดสดและต้องมีเยื่อหุ้มเมล็ดอยู่ประมาณ 100 กรัมและถั่วแดง ประมาณ 100 กรัม เปลือกผลของพุทราจีนประมาณ 100 กรัม ใช้ต้มกินหลาย ๆ ครั้ง


ข้อมูลทางคลีนิค


1. รักษาโรคตับอักเสบเป็นดีซ่านอย่างเฉียบพลัน

2. รักษาเยื้อตาอักเสบอย่างเฉียบพลันชนิดที่ติดต่อได้

3. ใช้ฉีดเป็นยาสลบ

4. รักษาอาการนอนละเมอผิดปรกติ

5. รักษาพยาธิไส้เดือนที่อุดตันในลำไส้

6. รักษาโรคบิดแบคทีเรียอย่างเฉียบพลัน


ข้อมูลทางเภสัชวิทยา


1. น้ำมันถั่วลิสง กับการเกิดอาการโรคหลอดเลือดแข็งตัว (Arteriosclerosis)

2. น้ำมันถั่วลิสงที่ใช้เป็นยาฉีดจะมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อโรคบางชนิดได้เล็กน้อย

3. ฤทธิ์อื่น ๆ ในเมล็ดถั่วลิสงจะมีสารที่ทำให้เป็นเม็ดเลือดแดงของคนที่ผานเอนไซม์นิวรามิเดส (Neuramidase) มาก่อนจะจับตัวกัน (Vegetable agglutinin) จัดเป็นสารที่ต่อต้านสารพ (Anti-P agglutinin) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เลือดแข็งตัว

4. ห้ามโลหิต รักษาอาการโลหิตออกง่ายในโรคฮีโมฟิลเลีย (Haemophilia)




วันพฤหัสบดีที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ชอบหรือไม่ชอบออกกำลังกาย ต้องอ่าน


รู้อยู่เต็มอก ว่าถ้าพ้นวัยใส สู่วัยกลาง และวัยโรย ต้องออกกำลังกาย แต่ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา โรคไม่ถามหาไม่สนใจดูแล
ออกกำลังกาย ไปฟิตเนส เข้ายิม ฟังดูดี แต่ไม่มีใครอยากเหนื่อย ต้องเตือนตัวเอง บังคับตัวเอง ต้องทำให้ได้ หากยังไม่เชื่อ ลองอ่านข้อดี ๆ ของการออกกำลังกายสม่ำเสมอว่า ดีอย่างไร
1.การออกกำลังกาย ลดระดับโคเลสเตอรอล
ตอนหนุ่มตอนสาวโคเลสเตอรอลมักไม่ใช่ปัญหาใหญ่หลวงอะไร แต่มันมักจะเพิ่มขึ้นตามอายุของเรา ที่แย่กว่านั้นมันเพิ่มเจ้าตัวร้ายที่เรียกว่า LDL โคเลสเตอรอล ส่วนเจ้าตัวไขมันดี HDL ก็จะลดน้อยถอยลงไป ในทางกลับกัน ความเสี่ยงจากโรคหลอดเลือดหัวใจก็จะเพิ่มมากขึ้น
ยืนยันด้วยผลวิจัยในประเทศ เดนมาร์ก จากหนุ่มเดนนิช 835 คน ที่ออกกำลังกายไม่มากนักแต่สม่ำเสมอ ปรากฏว่า HDL สูงกว่าค่าเฉลี่ย ทุกคน (HDL โคเลสเตอรอล ยิ่งสูงยิ่งดี) ส่วนอีกชิ้นงานวิจัย คน 4,700 คน ปรากฏเช่นเดียวกันว่าค่าเฉลี่ย HDL สูงกว่าค่าปกติ 4.6% ซึ่งทำให้ปลอดภัยจากโรคหัวใจ
2 .ลดระดับ ไตรกลีเซอร์ไรด์
ไตรกลีเซอร์ไรด์ ไขมันตัวร้ายอีกตัวที่มาจากกลุ่มอาหารไขมันพืช และพวกเบเกอรี่ หากมีมากหัวใจเราก็ไม่ปลอดภัย แต่ชายหนุ่มที่ฟิต ดูแลสุขภาพ ไตรกลีเซอร์ไรด์จะต่ำ อยู่ในเกณฑ์ที่ร่างกายปลอดภัย
3.ลดความเสี่ยง ความดันสูง
ความดันโลหิตสูง ฆาตกรเงียบตัวจริง ไม่มีการเตือน ตัวการเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจวายและหลอดเลือดสมองแตก ปกติความดันโลหิต จะเพิ่มสูงขึ้นเมื่อเราแก่ตัวขึ้น แต่ไม่เสมอไป จากการวิจัยกลุ่มคนอายุ 18 - 30 ปี ติดตามคนเหล่านี้ต่อเนื่องถึง 15 ปี ของสถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยมินนิโซต้า ได้ข้อสรุปว่า ถ้าคนเหล่านั้นยิ่งกระตือรือร้น ไม่ใช่พวกเฉื่อยแฉะ มีการออกกำลังกายบ้าง จะสามารถลดความเสี่ยงของโรคความดันโลหิตสูง

4. ลดความเสี่ยง การอักเสบภายใน
วิทยาการด้านการแพทย์ปัจจุบัน รู้ว่าสาเหตุใหญ่ของการเกิดโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือด โดยเฉพาะ หลอดเลือดหัวใจ ที่ฆ่าคนไปมาก เกิดจากการอักเสบภายในระดับเซลล์ นักวิจัย Mayo Clinic ในเมืองโรเชสเตอร์ มินนิโซต้า วัดระดับความฟิตของผู้ออกกำลังกายแบบแอโรบิค เช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ว่ายน้ำ ปรากฏว่า ยิ่งฟิตค่าของการอักเสบในระดับเซลล์ยิ่งต่ำ ยิ่งลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดอุดตัน
5.ยืดหยุ่นหลอดเลือดภายใน
สายพานรถยนต์ พลาสติกอุปกรณ์เครื่องใช้ มีอายุใช้งานจำกัด ถ้าไม่ดูแลก็พังเร็ว กรอบแตก ต้องเปลี่ยนอะไหล่ แต่หลอดเลือดที่ใช้มานานก็มีโอกาส กรอบแตกได้เช่นกัน แต่ไม่มีอะไหล่เปลี่ยน การออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายเรา และระบบหลอดเลือดได้เปลี่ยนถ่ายออกซิเจนอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่นได้ดี โอกาสปริแตก หรือฉีกขาดและถูกไขมันอุดตันก็ลดน้อยลง
6.ออกกำลังกายลดความเสี่ยงเบาหวาน
การบริโภคจนล้นเกินในปัจจุบัน ทำให้ธุรกิจลดความอ้วนเติบโตมหาศาล การออกำลังกายนอกจากช่วยลดน้ำหนักแล้ว สามารถช่วยลดความเสี่ยงของน้ำตาลที่สูงเกินไปได้ดี แต่คนอ้วนที่ออกกำลังกาย แม้น้ำหนักไม่ลดลงมาก ความเสี่ยงของโรคเบาหวานกลับลดลงได้ เพียงแต่เพิ่มการออกกำลังกายวันละ 30 - 40 นาที
7.ลดเสี่ยงมะเร็งลำไส้ใหญ่
มะเร็งลำไส้ใหญ่ สาเหตุการตายอันดับต้น ๆ ของคนสมัยใหม่ โดยเฉพาะผู้ชาย อาหารการกิน อาหารที่มีแต่เนื้อสัตว์ เป็นสาเหตุสำคัญสาเหตุหนึ่งของมะเร็งประเภทนี้ ทางเลี่ยงแรกต้องหันไปหาผักผลไม้ อาหารที่มีกากไยให้ลำไส้ได้สะอาด การออกกำลังกายเคลื่อนไหวร่างกายก็เป็นตัวกระตุ้นให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหวทำงานได้ดี ช่วยลดความเสี่ยงจากมะเร็งลำไส้ใหญ่
8.กระดูกไม่เปราะ
อายุมากขึ้นไม่มีอะไรน่าพอใจ เพราะกระดูกก็จะบางลงเช่นกัน ลองนึกดูบ้านหลังใหญ่ ๆ ที่สร้างมานาน ๆ แล้ววันหนึ่งเสามันผุกร่อน แล้วบ้านก็คงไม่เป็นบ้านเป็นแน่แท้ กระดูกคนก็เหมือนกัน ผลวิจัยที่ติดตามหนุ่มอายุ 40 ปีขึ้นไป จำนวน 3,262 คนถึงอายุ 60 ปี ปรากฏว่าคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอ โอกาสที่กระดูกหักมีน้อย
9.ออกกำลังกาย น้ำหนักลด พุงยุบ
กินเสร็จแล้วชอบนั่งผึ่งพุง โอกาสเพิ่มพุงมีสูง แต่ถ้ากินแล้วขยันเดินพุงจะยุบ ผลการศึกษาให้อาสาสมัคร 58 คน แค่เดินวันละ 1,000 ก้าว (นับยังไง ก็ต้องติดตัวนับก้าวนะสิ) แค่ 36 อาทิตย์ สามารถลดรอบเอวไปได้เป็นนิ้ว ถ้ายังไม่พอใจก็ต้องออกกำลังเพิ่มมากขึ้น ยิ่งออกยิ่งยุบ มีคนทำได้จริงมาเยอะแล้ว บางคน 10 บางคน 20 กก. จากการออกกำลังกาย
10. ออกกำลังกายทำให้ อายุยืนตายช้า
ดูแลตัวเองดีขนาดนี้ แน่นอนว่าอายุยืนกว่าพรรคพวกแน่นอน คนใกล้ตัวเรามีให้เห็นเป็นตัวอย่างมากมาย บางคนไม่เจอกัน 10 ปียังดูหนุ่มแน่น สาวปิ๊ง เหมือนเดิม เจอคนเหล่านี้ลองถามถึงไลฟ์สไตล์ของเขาดู แล้วเลียนแบบ

10 วิธีที่ทำให้อายุยืนถึง 100 ปี


ปัจจุบันคนไทยมีอายุเฉลี่ยยืนยาวขึ้น โดยดูตัวเลขจากหน่วยงานของรัฐที่เปิดเผยว่า ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปีพ.ศ.2546 ซึ่งนับว่าเร็วกว่าอีกหลายประเทศในเอเชีย จำนวนผู้สูงอายุไทยจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 10% ของจำนวนประชากรในวัยทำงาน เป็น 23% ในอีก 20 ปีข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ไทยกลายเป็นสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในปีพ.ศ. 2575 แม้ว่าการมีอายุยืนมีส่วนเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ แต่วิถีการดำรงชีวิตก็เป็นปัจจัยสำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น การจะอยู่ให้ถึง 100 ปี จึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากคุณลองทำตามคำแนะนำ 10 วิธีที่ทำให้ตัวเองอายุยืนดังต่อไปนี้


10 กินอาหารทะเล

อันดับที่ 10 ของทีมงาน toptenthailand ประเทศไทยนับว่าโชคดีที่มีอาหารทะเลให้รับประทานตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา อาหารทะเลอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมกา-3 ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อโครงสร้างและการทำงานของสมอง รวมถึงสุขภาพองค์รวมในทุกๆ วัย



9 ดื่มน้ำเยอะๆ

อันดับที่ 9 ของทีมงาน toptenthailand บางเรื่องก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย น้ำมีประโยชน์ต่อร่างกาย คุณควรดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรหรือ 8 แก้ว และจะยิ่งดีหากคุณเลือกดื่มน้ำเปล่าแทนเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ คาเฟอีน หรือน้ำตาล เพราะน้ำจะช่วยให้ร่างกายสดชื่น มีอายุยืนถึง 100 ปีได้อย่างสบายๆ



8 ทำอาหารทานเอง

อันดับที่ 8 ของทีมงาน toptenthailand การทำอาหารรับประทานเอง ทำให้เราเลือกวัตถุดิบที่นำมาปรุงได้ ต้องปราศจากสารกันบูด และไม่มีน้ำตาลหรือเกลือมากเกินควร จะดีไปกว่านั้นหากเป็นพืชผักที่คุณปลูกไว้ทานเอง เพราะเมื่อเก็บมาสดๆ จะอุดมด้วยธาตุอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระและวิตามิน คืนความเยาว์วัยให้สมองและร่างกาย



7 ออกกำลังกายอยู่เสมอ

อันดับที่ 7 ของทีมงาน toptenthailand มีงานวิจัยระบุว่า คนที่ออกกำลังกายพื้นฐานเป็นประจำ เช่น เดินสัปดาห์ละ 3-5 ครั้ง จะมีชีวิตยืนยาวกว่าผู้ที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกาย โดยเฉพาะในคนสูงอายุที่ไม่ยอมขยับเขยื้อน หากคุณยังคงกระฉับกระเฉง ควบคุมน้ำหนักให้พอดีกับเพศ อายุ และความสูง ก็จะทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้ดี ไม่ต้องกินยารักษาโรค และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะปัญหาสุขภาพของคนยุคนี้ ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับวิถีการดำเนินชีวิต การมีสุขภาพดี จะทำให้บุคคลนั้นเกิดความรู้สึกดีไปด้วย และยิ่งรู้สึกดีมากเท่าไหร่ จะทำให้อายุยืนมากขึ้นเท่านั้น



6 โยนความเครียดทิ้งไป

อันดับที่ 6 ของทีมงาน toptenthailand อย่าเก็บความรู้สึกเครียดวิตกกังวลไว้กับตัวเองตลอดเวลา ต้องหาทางระบายออกเสียบ้าง เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรู้จักจัดการกับความเครียดซึ่งมีผลกระทบต่อ หัวใจ เมื่อเร็วๆ นี้มีงานวิจัยชี้ว่า ผู้หญิงที่อายุต่ำกว่า 50 ปีและผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ที่มีปัญหาเรื่องความวิตกกังวล มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจเพิ่มมากขึ้น



5 ทำสมาธิ

อันดับที่ 5 ของทีมงาน toptenthailand ความเครียดเป็นสิ่งที่สะสมได้ เช่นเดียวกับความสงบในจิตใจ การใช้ชีวิตของคนเรา ก็เหมือนการขับขี่รถยนต์ หากคุณไม่แวะเติมน้ำมันบ้างตลอดเส้นทาง เมื่อน้ำมันในถังหมด รถก็จะวิ่งไม่ได้ ชีวิตก็เช่นกันที่นอกจากจะต้องกินอาหารเพื่อให้มีเรี่ยวแรงแล้ว ยังต้องดูแลจิตใจให้อยู่ในสภาพที่ดีด้วย ลอง หาเวลาสวดมนต์ ทำสมาธิ ฝึกหายใจ หรืออะไรก็ได้ที่ทำให้รู้สึกสงบและเกิดภาวะสมดุลของร่างกายและจิตใจ คุณจะรู้สึกได้ถึงความเครียดที่เริ่มจางหายไป ความสงบจะเข้ามาแทนที่ ซึ่งเมื่อทำเป็นประจำทุกวัน ไม่เพียงทำให้มีความสุขสงบ หากแต่อายุจะยืนยาวขึ้นด้วย



4 ทำงานที่รักและถนัด

อันดับที่ 4 ของทีมงาน toptenthailand ถ้าเลือกได้ จงทำงานที่รักและมีความถนัด เพราะไม่มีอะไรที่ทำให้ดูแก่เร็วไปกว่าการต้องทนทำงานที่ไม่ได้ชอบ หรือไม่ได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องลาออกจากงานที่ทำอยู่ เพียงแค่หาหนทางนำจุดแข็งที่มีมาใช้และกำจัดจุดอ่อน แล้วจะเห็นว่า ยิ่งเปลี่ยนแปลงมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์มากเท่านั้น



3 ลองทำสิ่งใหม่ๆ

อันดับที่ 3 ของทีมงาน toptenthailand ความหลากหลายเป็นตัวเพิ่มรสชาติให้ชีวิต และเมื่อคุณให้โอกาสตัวเอง สมองก็สามารถเรียนรู้ไปเรื่อยๆ แม้จะมีอายุ 100 ปีแล้วก็ตาม หาก เปิดรับสิ่งใหม่ๆ เข้ามาในชีวิต จะทำให้สมองตื่นตัว เช่น ปกติถนัดมือขวา ให้ลองเปลี่ยนเป็นใช้มือซ้ายหยิบจับสิ่งของหรือทำภารกิจประจำวันเป็นครั้ง คราว วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นสมองให้เตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพราะเมื่อทำแต่สิ่งเดิมๆ สมองจะเชื่อยชา และหากปล่อยไปเรื่อยๆ ก็ยากที่จะกลับมาตื่นตัวอีกครั้ง



2 อารมณ์ดีเสมอ

อันดับที่ 2 ของทีมงาน toptenthailand สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้มีชีวิตยืนยาวได้ถึง 100 ปี คือ ต้องตระหนักรู้ว่าสิ่งภายนอกมีผลกระทบต่อจิตใจ อารมณ์ขณะนั้นเป็นตัวสร้างสถานการณ์ คนที่เข้าใจตรรกะนี้จะดำเนินชีวิตได้อย่างราบรื่น ปราศจากความเครียด และไม่ตกเป็นเหยื่อของสถานการณ์กดดันภายนอก



1 คิดบวก

อันดับที่ 1 ของทีมงาน toptenthailand พลังความคิดด้านบวกจะช่วยเยียวยา กระตุ้นให้เกิดพลังกายพลังใจ มีความคิดสร้างสรรค์ ส่งผลให้มีความสุขในชีวิต สิ่งที่เราบอกกับตัวเองและได้ฟังจากคนอื่น ล้วนมีผลต่อการดำเนินชีวิตของเรา ทั้งทางด้านร่างกาย ความคิด และจิตวิญญาณ เมื่อถามคนทั่วไปที่อายุยืนและสุขภาพร่างกายแข็งแรงว่า อยากมีอายุยืนยาวแค่ไหน พวกเขามักตอบว่า "ตราบเท่าที่ยังมีความสุขใจ" นี้เป็นพื้นฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอยู่กับการมีสุขภาพทางความคิดที่ดี ซึ่งจะทำให้อายุยืนยาวถึง 100 ปีเลยทีเดียว

เลือกซื้อหมอนอย่างไรให้นอนหลับสบาย


การนอนเป็นการพักผ่อนที่ดีที่สุด ... เพราะร่างกายผ่านการทำงานมาอย่างหนัก เมื่อถึงเวลาพักผ่อนเราจึงควรที่จะให้ความสำคัญกับความสบายในการนอนให้มากที่สุด

การที่เราต้องให้ความสำคัญกับการเลือกหนอนนั้น นอกจากในเรื่องของความสบายแล้วเรื่องของสุขภาพมาเป็นปัจจัยสำคัญที่เราควรคำนึงถึงด้วย เนื่องจากกระดูกสันหลังของคนเรามีลักษณะคล้ายกับตัว S ที่ช่วงหน้าอกจะงอไปข้างหลัง ช่วงคอจะงอมาด้านหน้า ทำให้เวลานอนคนเราจำเป็นต้องมีหมอนหนุนคอ เพื่อให้ได้โค้งงอไปตามธรรมชาติ ซึ่งก็ไม่ใช่หมอนทุกแบบนะครับที่ช่วยให้รูปกระดูกของเราเป็นไปตามธรรมชาติ เพราะหมอนที่ดีนั้นควรมีความอ่อนนุ่มหนุนสบาย หมอนหนุนที่ศีรษะและคอ หมอนที่ดีควรจะรองตั้งแต่ต้นคอจรดถึงศีรษะ ความสูงของหมอนประมาณ 4-6 นิ้วโดยหมอนควรจะนุ่มเพื่อที่ส่วนที่รองศีรษะยุบจนกระทั่งหมอนสามารถรองรับบริเวณคอได้ทั้งหมด
- ถ้าเลือกซื้อหมอนที่เตี้ยและนุ่มมากเกินไป เวลานอนหมอนจะยุบลง ทำให้แรงดันในหลอดเลือดสูง โดยเฉพาะกับผู้ที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง เมื่อตื่นขึ้นมาจะเกิดอาการมึนศีรษะ หน้าและหนังตาบวม อาจทำให้มีอาการเหมือนคนตกหมอน ปวดเคล็ดต้นคอ และหันลำบาก
- ถ้าเลือกซื้อหมอนที่สูงและแข็งเกินไป จะทำให้ส่วนของศีรษะสัมผัสกับหมอนน้อย และบริเวณที่สัมผัสกับหมอนเลือดจะไหลเวียนไม่สะดวก และทำให้คอตั้งมากเกินไป เลือดไปเลี้ยงสมองไม่สะดวก อาจทำให้เป็นโรคเกี่ยวกับข้อต่อกระดูกต้นคอทับหลอดเลือด และเส้นประสาท หรือเกิดอาการเป็นเฉพาะที่ เช่น ปวดต้นแขน และผู้ที่อาการหนักยังอาจทำให้นอนกรนอีกด้วย
- ถ้าเป็นคนที่มีโรคประจำตัวเป็นโรคปอดหรือโรคหัวใจ เลือกซื้อหมอนสูงเพื่อเวลานอนหมอนสูงจะช่วยให้หัวใจและปอดทำงานเบาขึ้น
- ถ้าคนไหนเป็นไข้หวัดบ่อย ควรเลือกซื้อหมอนน้ำเพื่อให้ความเย็นและช่วยลดความร้อนที่ศีรษะให้ดีขึ้นได้
และท้ายที่สุดถ้าคุณเป็นคนที่รักสุขภาพ ปัจจุบันมีหมอนที่มีออฟชั่นเสริมให้เลือกมากมาย ทึ้งแบบกันไรฝุ่น หมอนสมุนไพร หมอนน้ำ ซึ่งต้องดูความเหมาะสมและองค์ประกอบของตัวคุณเองด้วย
ลองกลับไปดูหมอนของตัวเองดูว่าเลือกได้ถูกต้องตามหลักรึเปล่า ถ้าไม่ล่ะก็รีบหามาเปลี่ยน เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวคุณนั่นเอง

ที่มา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ

วันศุกร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2555

มาเปลี่ยนวิธี กินมาม่ากัน



[ สูตรที่ 1 ] ไข่แดงพิโรธ !! ( 7 - 10 บาท )
อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าหมูสับ 1 ซอง , ไข่ 1 ฟอง , พริกป่น , น้ำปลา

1. เทมาม่าลงไปในถ้วย เทน้ำตาม(ปริ่มมาม่า) ตอกไข่ลงไป
2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 100c ระยะเวลา 3.50 นาที
3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่องปรุงที่แถมมา และน้ำปลา พริกป่นตามใจ

Reaction :
" ไข่แดงพิโรธ !! คือการหลอมรวมอย่างลงตัวของโปรตีนและแป้ง
ไข่ขาวเป็นก้อนนิ่ม ๆ เหมือนเจลลี่ ส่วนไข่แดงก็ละม้ายคล้ายปีโป้
รสชาดที่ได้ คือความธรรมดา ๆ ในรูปแบบของสูงสุดคืนสู่สามัญ...
เรียบง่าย แต่ได้ใจ... "

คำเตือน :
" ไม่ควรทำในช่วงหวัดนกระบาด... "

[ สูตรที่ 2 ] สามแม่ครัวร้อนรัก !! ( 15 - 20 บาท ) 
อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าต้มยำกุ้ง 1 ซอง , ปลากระป๋อง , มะนาว , น้ำปลา

1. เทมาม่าลงไปในถ้วย เทน้ำตาม(ปริ่มมาม่า) เทปลากระป๋องลงไป
1.1. ปลากระป๋องไม่ควรเทหมด คัดเอาเฉพาะที่พอกิน

1.2. ไม่ควรเทน้ำปลากระป๋องลงไปหมด เพราะจะเลี่ยนจนทานไม่ลง
2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 80c ระยะเวลา 3.00 นาที
3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่องปรุงที่แถมมา น้ำปลา และมะนาว(เยอะหน่อยก็ดี)

Reaction :
" สามแม่ครัวร้อนรัก !! คือสูตรลับเฉพาะของพวกที่มีวัตถุดิบเหลือ
ประมาณว่าที่บ้านรับบริจาคข้าวสารอาหารแห้งมา แล้วอยากลองทำ
ต้องกะแต่เพียงพอดี ไม่มากและไม่น้อยเกินไป มิเช่นนั้นจะไม่น่ากิน
หากมากไปก็จะทำให้เลี่ยนเพราะน้ำมันในปลากระป๋อง นั่นทำให้มันแย่
ส่วนผสมของปลากระป๋องกับมาม่า นั่นคล้ายกับสามแม่ครัวกำลังสวิงกิ้ง
คลุกเคล้าความเป็นต้มยำกุ้ง ( แต่ไม่มีตังค์ซื้อกุ้งมาใส่ ) เรียกได้ว่า...
อร่อยร้อนแรง...แต่แฝงไว้ด้วยความสุข(ส่วนตัว) "

คำเตือน :
" ปลากระป๋องใช้ยี่ห้ออะไรก็ได้...แล้วแต่คนจะชอบนะ "



[ สูตรที่ 3 ] ยาจกพิโรธ !! ( 5 บาท )
อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าหมูสับ 1 ซอง , ซอสพริก ( แบบขวดหรือแบบแถม )
1. เทมาม่าลงไปในถ้วย เทน้ำตาม(ปริ่มมาม่า)

2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 80c ระยะเวลา 2.30 นาที
3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่อง และซอสพริกลงไป ตามลำดับความค่นแค้น

Reaction :
" ยาจกพิโรธ !! คือสูตรง่าย ๆ ที่ทำให้คุณเสพซึ้งถึงความร้อนแรงได้
โดยเฉพาะเวลาคุณมีซอสพริกที่แถมมากับข้าวไข่เจียว หรือหอยทอด
เหลืออยู่เต็มบ้าน ไม่รู้จะจัดการอย่างไร วิธีนี้ช่วยคุณได้อย่างมากแน่
ด้วยราคาที่ประหยัดสุด ๆ แถมเป็นการรีไซเคิลวัตถุดิบที่เหลือใช้....
จึงเรียกได้ว่าเป็นสูตรสำหรับคนยากจนผู้ตระหนี่อย่าง แท้จริง... "

คำเตือน :
" หากใส่หยาดน้ำตาแห่งความอาภัพลงไปด้วย จะอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ "


[ สูตรที่ 4 ] ไฮโซบ้านนอก !! ( 20 - 100 บาท )
อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าหมูสับ 1 ซอง , หมูยอ , แหนม , ปูอัด , ไส้กรอก
, ผักนานาชนิด , มะนาว , น้ำปลา , ซีอิ๊วขาว , น้ำมันหอย

1. เทมาม่าลงไปในถ้วย เทน้ำตาม(ท่วมมาม่า)
1.1. เทอาหารประเภทเนื้อลงไป รวยมากใส่มาก รวยน้อยใส่น้อย
2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 80c ระยะเวลา 3.00 นาที
3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่องปรุงที่แถมมา บวกผักนานาชนิด
3.1. เครื่องปรุงที่เหลือใส่ตามระดับความ "เค็ม"

Reaction :
" ไฮโซบ้านนอก !! คือสูตรลับเฉพาะของคนในแวดวงคุณหญิงคุณชาย
ที่มีเครื่องเพชรเต็มบ้าน แต่ยังคงความประหยัด อยากกินมาม่าแบบไฮโซ
เพราะฉะนั้นส่วนประกอบจึงอลังการดาวล้านดวง มากกว่ามาม่าโลโซทั่วไป
สารอาหารที่ครบครัน ช่วยเสริมสร้างบารมีแห่งความอวบเข้าไปในทรวดทรง
เป็นไฮโซแต่แฝงไว้ด้วยความบ้านนอกอย่างทัดเทียม... "

คำเตือน :

" ด้วยราคาประมาณนี้...แนะนำให้ไปกินอาหารตามสั่ง ดูจะฉลาดกว่า "



[ สูตรที่ 5 ] บาร์เทนเดอร์รำลึก !! ( 5 บาท )
อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าต้มยำ 1 ซอง

1. แกะซองออก เอาเครื่องปรุงออกมา เอามือบีบให้เส้นละเอียด
2. เทเครื่องปรุงลงไปในซอง เริ่มจากน้ำมัน และพริกตาม
3. เขย่าอีกกี่ครั้ง ก็แล้วแต่ความพอใจ ( ยิ่งมากยิ่งดี )


Reaction :
" บาเทนเดอร์รำลึก !! คืออารมณ์ของการย้อนกลับไปเป็นเด็กวัยขบเผาะ

ลองนึกถึงตอนที่คุณไปเข้าค่ายสิ ไม่ว่าจะลูกเสือ เนตรนารี หรือ ร.ด.
เป็นสูตรที่เรียกได้ว่า " สากลโลก " ไม่ว่าใครก็ต้องเคยลองกันมาแล้ว
นอกจากจะได้อรรถรสในรสชาดแล้ว ยังได้ออกกำลังไปในตัวด้วย...
ยิ่งเขย่ามากเท่าไหร่ ยิ่งแข็งแรงเท่านั้น...ประโยชน์รอบด้านจริง ๆ ...
และที่สำคัญมันสามารถนำไปเป็นกับแกล้มในวงสุราได้อีก ด้วยนะเนี่ย
...ยกเว้นก็แต่โรคกระเพาะจะถามนั่นแหละ... "

คำเตือน :
" ตอนกินควรกินด้วยกันหลาย ๆ คน...เพื่อเข้าสู่ Mode ระลึกชาติ "


[ สูตรที่ 6 ] มาม่า GMO !! ( 5 บาท )
อุปกรณ์ได้แก่ มาม่าต้มยำ 1 ซอง , มะนาว , น้ำปลา , กุ้งแห้ง
ผักชี , คื่นช่าย , หรืออะไรก็ตามที่เขาใส่ในข้าวต้มหมู...
ข้าวสวย 1 ป๊าบ 

1. เทข้าวสวยลงไปในถ้วย เทมาม่าและน้ำตาม(ปริ่มมาม่า) พร้อมกุ้งแห้ง
2. ยัดเข้าไมโครเวฟ ตั้งความร้อน 80c ระยะเวลา 3.00 นาที
3. รอจนเสร็จ ใส่เครื่องที่แถมมาลงไป นอกนั้นใส่ตามความต้องการ

Reaction :
" มาม่า GMO !! คือการดัดแปลงพันธุกรรมของมาม่า โดยนักโภชนาการ
ผลที่ได้คือส่วนผสมของมาม่าและข้าวต้ม เป็นลูกครึ่งข้ามขีดทางสายพันธุ์

ประมาณว่าได้อรรถรสในต้มยำของมาม่า และเมล็ดข้าวต้มที่ชอนไชผ่านลิ้น
ส่วนผสมดังกล่าวนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายแต่อย่างใด...
และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับพวกที่ชอบหุงข้าวเหลือ

วันพุธที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เมื่อเข้าสู่อาเซียน...ผลกระทบในทางบวกต่อประเทศไทย


photo  , 478x318 pixel , 36,201 bytes.

เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประเทศไทยจะได้รับผลประโยชน์ในทางบวกหรือผลดีที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)  ซึ่งเป็นสิ่งที่คนไทยเน้นย้ำกันเป็นพิเศษ จะมีดังนี้ คือ

ประการแรก ก็คือ จะมีตลาดสินค้าและบริการที่ใหญ่ขึ้น นักธุรกิจไทยจะมีตลาดการค้าที่ใหญ่ขึ้น เพราะมีประชากรเพิ่มขึ้นเป็น 580 ล้านคน เพราะทั้ง 10 ประเทศนี้ต่างก็มีจำนวนมหาศาลพอสมควร โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ซึ่งมีประชากรประมาณ 220 ล้านคน บวกกับ ฟิลิปปินส์ ประมาณ 87 ล้านคน เวียดนาม 84 ล้านคน  ไทยอีกประมาณ 63 ล้านคน เหล่านี้เป็นต้น  นับว่าจะการเพิ่มโอกาสทางการค้าเนื่องจากมีขนาดตลาดที่ใหญ่โตขึ้น และจะเอื้อให้การผลิตในลักษณะที่ผลิตมากขึ้นต้นทุนต่ำลงย่อมมีโอกาสมากขึ้นด้วย (Economies of Scale) แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ แต่ละประเทศก็ต้องออกแรงขยันหาตลาดและมีกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการหาลูกค้าเช่นกัน
 
กลยุทธ์ในด้านการตลาดการหาลูกค้าจะต้องทบทวนกันใหม่ เพราะลูกค้าใหม่ที่จะเข้ามาในประเทศย่อมนำกลยุทธ์ที่เขาเคยประสบความสำเร็จหรือเหนือกว่าเราออกมาใช้และจะมีการนำวัฒนธรรมในการบริโภคสินค้าเข้ามาให้นักการตลาดของเราได้เรียนรู้เพิ่มมากขึ้นจากเดิม เราต้องเรียนรู้พฤติกรรมการบริโภคสินค้าและบริการตลอดจนลูกเล่นทางการค้าของเขา รวมทั้งความเชื่อต่างๆ การปรับตัวของธุรกิจภายในประเทศจะต้องทันต่อเหตุการณ์และสภาพของตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครปรับตัวหรือมีการเตรียมการที่ดีย่อมได้ผลในทางบวกแต่ในทางตรงกันข้ามหากพ่อค้าของเราปรับตัวช้า จะสูญเสียโอกาสและอาจจะสูญเสียฐานของลูกค้าเดิมไปด้วยเช่นกัน
 
ประการที่สอง ประเทศไทยจะได้อานิสงส์ ในการที่จะกลายมาเป็นเป้าหมายในการดึงดูดการ   ลงทุน เงินลงทุน จากต่างประเทศได้มากขึ้นเพราะต่อไปนี้การขยายการลงทุนจากต่างประเทศมาไทยจะกระทำได้ง่ายขึ้น หากเป็นไปตามข้อตกลงที่ได้ตกลงกันไว้ และประเทศไทยได้เปรียบประเทศอื่นๆ หลายประการโดยเฉพาะทัศนคติของคนไทยที่มีต่อนักลงทุนชาวต่างชาตินั้นดีมาก แม้ว่าบางครั้งการลงทุนของต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทยไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้  แก่ชุมชน การจ้างงาน หรือการนำเทคโนโลยีมาช่วยประเทศไทยเลย แต่คนไทยก็ไม่เคยรังเกียจนักลงทุนเหล่านี้ เหมือนดังประเทศอื่น อีกทั้งระเบียบกฎเกณฑ์ด้านการลงทุน ประเทศไทยอาจกล่าวได้ว่าเปิดโอกาสมากกว่าหลายๆ ประเทศในภูมิภาคนี้ แม้กระทั่งหากเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาวหรือพม่า เป็นต้น
 
กลยุทธ์ในด้านการลงทุนและการเงิน ของประเทศไทยจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้ทันกาลการเข้ามาของต่างชาติ การเปิดเสรีมากเกินไปนอกจากจะทำให้ฐานะของประเทศไทยเกิดความเสี่ยงมากขึ้นแล้ว ไทยจะไม่สามารถหาประโยชน์ได้มากเหมือนแต่ก่อนที่ยังไม่เปิดเสรีในด้านนี้ กฎหมายหรือกฎเกณฑ์ต่างๆ ของภาครัฐด้านการลงทุนและการเงินจะต้องรื้อปรับระบบกันใหม่ (Reengineering) ในขณะนี้ ทั้งนี้ เพื่อให้ประเทศได้รับผลดีอย่างเต็มที่และต้องหามาตรการในการลดความเสี่ยงในด้านการลงทุนและการเงิน ทุกรูปแบบ แต่มิใช่เป็นการสกัดกั้นอย่างมีอคติต่อนักลงทุนชาวต่างชาติเช่นกัน ทั้งนี้ รวมทั้งกฎหมายที่ว่าด้วยการถือครองอสังหาริมทรัพย์เช่น ที่ดินเป็นต้น มิฉะนั้นแล้ววันข้างหน้าคนไทยจะไม่มีที่ดินเป็นของตนเอง ธุรกิจก็เป็นธุรกิจของต่างชาติที่เข้ามามีบทบาททำให้ธุรกิจท้องถิ่นที่มีมาแต่ช้านานสูญหายไปหมด โดยเฉพาะวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของไทย
 
ประการที่สาม การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนสามารถทำให้ประเทศไทยมีอำนาจในการเจรจาต่อรองต่อเวทีโลกได้มากขึ้น เพราะต่อไปนี้จะมีฐานประชาคมอาเซียนสนับสนุนอยู่และไม่ใช่ไปแบบโดดเดี่ยวเหมือนเมื่อก่อน ซึ่งสามารถทำให้ประเทศคู่ค้าต้องรับฟังมากขึ้น เพราะดีไม่ดีอาจจะไปกระทบกับประชาคมอาเซียนไปด้วย เนื่องจากประเทศไทยเป็นสมาชิกของประชาคมประเทศหนึ่ง
 
กลยุทธ์ที่จะช่วยได้อาจเป็นไปในรูปการสร้างและการขยายเครือข่ายโดยมีพันธมิตรคู่ค้าที่เป็นนักลงทุนต่างชาติในกลุ่มอาเซียนเพื่อจะเป็นฐานหรือตัวช่วยในการเจรจาต่อรองมากขึ้น ทั้งนี้ โดยอยู่บนพื้นฐานของความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ผลประโยชน์ร่วมกันและภายใต้ความเป็นธรรมและเสมอภาค รวมทั้งการเรียนรู้เทคนิคในการเจรจาต่อรองในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องต่อประเพณีและวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ
 
ประการที่สี่ การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนจะทำให้นักธุรกิจไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องด้านเศรษฐกิจและการค้ามีโอกาสในการพัฒนาศักยภาพของธุรกิจและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องให้ดีขึ้นจากเดิม เพื่อการรองรับการแข่งขัน และสามารถนำมาซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พร้อมจะออกไปเพื่อการแข่งขัน รวมทั้งประเทศไทยสามารถเรียนรู้เทคนิคด้านต่างๆ ของประเทศในกลุ่มนี้มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นด้าน การผลิต การตลาด การขนส่งและโลจิสติกส์ การจัดการ การเจรจาต่อรอง การเงิน การท่องเที่ยว การเดินอากาศ และอื่นๆ
 
กลยุทธ์ที่เหมาะสมในประเด็นนี้ ก็คือ เราต้องหาเทคโนโลยีในการพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการให้ดำรงความเหนือกว่าให้ได้ การลงทุนพัฒนาและการวิจัยในด้านเทคโนโลยีของธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นและเป็นหนทางในการอยู่รอดและสร้างความได้เปรียบในด้านการแข่งขัน  ภาครัฐต้องเห็นความสำคัญของการวิจัยและพัฒนาในด้านการผลิตและการบริการและต้องมาช่วยภาคเอกชนในทุกวิถีทาง เพราะหากปล่อยให้ภาคเอกชนกระทำการแต่เพียงฝ่ายเดียวจะไม่ประสบความสำเร็จในระยะยาว เนื่องจากขาดงบประมาณและความร่วมมือของหน่วยงานราชการ การสร้างนวัตกรรมของประเทศไทยจะเป็นตัวจักรสำคัญในการสร้างความแตกต่างและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมไทยในวันข้างหน้าเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
 
ประการที่ห้า จะมีผลต่อการจ้างแรงงานเพราะสามารถเข้าโรงงานอุตสาหกรรมที่ให้ค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่าเดิม รวมทั้งการออกไปหารายได้เพิ่มขึ้นจากค่าแรงงานในกลุ่มประเทศอาเซียน  ส่วนสถานประกอบการสามารถที่จะสร้างรายได้ของสถานประกอบการให้มากขึ้นจากการขยายตลาดและการเพิ่มปริมาณลูกค้ามากขึ้น และในที่สุด ก็จะมีผลต่อรายได้ที่จะทำให้คุณภาพชีวิตของคนในสังคมไทยดีขึ้นรวมทั้งการได้รับสินค้าและการบริการที่ดีขึ้นหรือมีตัวเลือกและทางเลือกมากขึ้นจากเดิม
 
กลยุทธ์ที่เหมาะสมในประเด็นนี้ ก็คือ การเพิ่มทักษะในด้านภาษาท้องถิ่นของแต่ละประเทศนอกเหนือจากภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ที่เคยมีมาแต่ก่อน แต่จำเป็นที่จะต้องมีการเรียนการสอนด้านภาษามาเลย์ ภาษาเวียดนาม ภาษาเขมร ลาว และภาษาพม่าให้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ในประเด็นนี้ผู้เขียนได้ทราบว่าประเทศมาเลเซียได้มีการเรียนการสอนภาษาไทยกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันเพื่อการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนโดยเฉพาะ ดังนั้น ภาครัฐไม่ว่าจะเป็นระดับประถม มัธยม สายวิชาชีพ หรือแม้กระทั่งระดับอุดมศึกษาก็น่าที่จะมีการปรับตัวเตรียมการกันได้แล้ว เพราะเรื่องของภาษาเป็นเรื่องของการใช้เวลาและการฝึกหัดที่ต้องกินเวลา      พอสมควรเพื่อให้ได้ผลดี ในส่วนการศึกษาของภาคเอกชนโดยเฉพาะสถานศึกษาภาคเอกชนก็ควรปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อเตรียมการผลิตนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่มีความพร้อมในด้านนี้ออกไปเช่นกัน
 
ประการที่หก เมื่อประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ก็เท่ากับว่าต่อไปนี้จะมีการปรับปรุงแรงงานฝีมือในสาขาวิชาชีพต่างๆ
(7 วิชาชีพ) ให้เท่าเทียมนานาประเทศ สาขาวิชาชีพเหล่านี้ ได้แก่ วิศวกร แพทย์ พยาบาล นักบัญชี นักสำรวจ ทันตแพทย์ และผู้ประกอบวิชาชีพ สถาปนิก เพราะสาขาวิชาชีพเหล่านี้เป็นสาขาวิชาชีพหน้าด่านของไทยที่มีความพร้อมสูง มีสมาคมและการรวมตัวที่มีประสิทธิภาพเป็นที่ประจักษ์ และเป็นสมาคมที่ประชาคมอาเซียนได้ยกมาเป็นกลุ่มแรกของไทยที่จะมีการวางกฎเกณฑ์ข้อบังคับต่างๆ หากจะมีคนในประเทศสมาชิกเข้ามาทำงานในกลุ่มวิชาชีพทั้งเจ็ดนี้ในไทย แต่ในทางกลับกันหากคนไทยที่ทำงานในกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้ยังไม่พร้อมในการปรับตัว ปัญหาก็จะตกมาสู่พวกเขาเช่นกัน  ในประเด็นนี้ข้อสรุป ก็คือ การเปิดให้ผู้ประกอบอาชีพที่มีคุณสมบัติตามที่คณะกรรมการประสานงานวิชาชีพสาขาต่างๆ ทั้ง 7 สาขา (ASEAN Joint Coordinating Committee) และหน่วยงานที่กำกับดูแลวิชาชีพหรือองค์การระดับประเทศสมาชิกต่างๆ หรือสภาวิชาชีพ (Professional Regulatory Authority) หรือกระทรวง/องค์การที่เกี่ยวข้องของประเทศสมาชิก ขึ้นทะเบียนหรือออกใบอนุญาตให้ผู้ประกอบวิชาชีพชาวต่างชาติเข้ามาประกอบวิชาชีพในประเทศอาเซียนได้ โดยต้องปฏิบัติตามกฎและระเบียบภายในประเทศนั้นๆ ในทำนองกลับกันหากคนไทยที่ประกอบวิชาชีพเหล่านี้ ก็สามารถที่จะไปทำงานยังประเทศอื่นที่มีค่าจ้างแรงงานที่สูงกว่าได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการไทย หรือแรงงานไทยก็จะมีโอกาสออกไปลงทุนหรือทำงานในต่างประเทศมากขึ้น และได้รับค่าตอบแทนที่สูงจากเดิม
 
กลยุทธ์ที่ควรนำมาพิจารณาในประเด็นนี้ น่าจะเป็นเรื่องที่จะทำอย่างไรให้ความรู้ในด้านภาษาของคนในกลุ่มวิชาชีพเหล่านี้สามารถพัฒนาได้อย่างรวดเร็ว สามารถสื่อสารได้หลายภาษามากขึ้นจากแต่เดิม รวมทั้งเทคนิคและวิธีการใหม่ๆ ในการประกอบอาชีพในด้านนั้นๆ ที่จะต้องนำมาเสริมเพิ่มเติมความรู้ให้มากขึ้นจากเดิม รวมทั้งกลยุทธ์ในด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ที่หาหนทางจูงใจให้คนดีและคนเก่งอยู่ในองค์การของเราให้นานที่สุด ศาสตร์ในด้านการรักษาทรัพยากรมนุษย์ที่ทรงคุณค่าไว้ในองค์การหรือ Talent Management ควรจะถูกหยิบยกมาพิจารณาและให้ความสำคัญมากขึ้น มิฉะนั้น จะเกิดเหตุการณ์สมองไหลไปสู่องค์การของต่างชาติทั้งในและนอกประเทศไทยกันหมด
 
ประการที่เจ็ด ประเทศไทยสามารถอาศัยความร่วมมือช่วยเหลือกันในภาคเศรษฐกิจหรือ AEC นี้ เข้าไปเสริมสร้างความสัมพันธ์ในด้านการเมือง การปกครองการป้องกันประเทศให้ดีขึ้น เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและลดข้อขัดแย้งต่างๆ กับประเทศเพื่อนบ้านของไทย ไม่ว่าจะเป็น พม่า กัมพูชา หรือประเทศอื่นๆ โดยผ่านความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนเป็นหัวหอกเหมือนที่เคยเป็นมาในอดีตและจะช่วยให้ด้านอื่นๆ มีสัมพันธภาพอันดีตามมาในที่สุด
 
กลยุทธ์ที่เหมาะสมคือการเรียนรู้และการปรับตัวโดยอาศัยการศึกษาและการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการวัฒนธรรมข้ามชาติหรือที่เรียกว่า Cross Cultural Management มาเป็นหลักเพื่อให้เกิดการผนึกความร่วมมือร่วมใจ ปรองดองกันระหว่างคนไทยและประเทศเพื่อนบ้านให้อยู่ร่วมกันโดยปราศจากข้อขัดแย้งทางด้าน สังคม เศรษฐกิจและการเมือง....